Note of Angelina Jolie [2]
posted on 30 Mar 2008 11:42 by angelinathai in Charities
หลังจากแองเจลิน่าไปเยือนยัง แอฟริกา
ปล. เราเพิ่งเห็นว่าเป็นเมืองเดียวกับในหนังเรื่อง Blood Diamon
เลยล่ะค่ะ ความรุนแรงคล้ายกันมาก เช่นจับคนมือตัดมือ ตัดขาเนี่ย
ขอข้ามไปเรื่องที่ แองจี้ไปเยือน กัมพูชาดี ดีกว่า
ไม่รู้ทำไมเราชอบอ่านตอนนี้น่ะค่ะ ฮ่าๆ อาจจะเพราะว่า
รู้สึกว่ามันใกล้ตัวมั้ง อ่านแล้วทำให้ความรั่วของเราลดลงอย่างแรง
เมื่อถึงวันเดินทาง แองจี้ยังบอกว่า เธอรู้สึกละอายใจเหลือเกิน
เมื่อรู้ว่าเธอรู้สึกยินดีแค่ไหน ที่ได้กลับไปยังบ้านที่สุขสบาย
และอบอุ่นของเธอ หลังจากได้ไปประสบกับประเทศอย่างแอฟริกา
เท่าที่อ่านมาเหมือนกัมพูชาเ็ป็นประเทศแห่งกับระเบิดยังไงก็ไม่รู้
และมีหน่วย HALO ทำหน้าที่ตรวจสอบจุดที่มีระเบิด / กู้ระเบิดที่ถูกฝัง
ในหนังสือบอกว่า มีระเบิดถึง 72 แห่งที่ถูกพบ
คงไม่ต้องจินตนาการเลยเนอะคะ ว่าเราจะไปอยู่ได้ยังไง
ในที่ๆมีระเบิดฝังอยู่ที่ไหนบ้างก็ไม่รู้ คนที่นี่ส่วนมาก แขนขาด
หรือขาขาดจากระเบิดทั้งนั้น บ้างก็เสียตาไป
ส่วนที่อ่านแล้วรู้สึกโฮกสุดๆ คงเป็นเรื่องของ "พลพต"
กับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขานั่นเอง ถึงหนังสือเล่มนี้จะไ่ม่อธิบายมาก
แต่อ่านก็รู้สึกแย่สุดๆแล้วอ่า ขออนุญาตยกมาทั้งประโยคนะคะ
* ฉันได้ไปเยี่ยม ตวล ชเลง ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดง
การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เมื่อก่อนมันเคยเป็นโรงเรียน แต่พลพต
เปลี่ยนมันเป็นคุก ที่เรียกว่าคุก S-21 เก่าของขเมรแดงนั่นเอง
ภาพถ่ายของพลพตเป็นสีขาวดำ เขากำลังออกคำสั่งอยู่ แล้วก็รู้
ด้วยว่า มันเป็นคำสั่งประเภทไหน สิ่งที่เห็นทำให้ฉันคลื่นไส้ ประตูที่
คุมขังเปิดเข้าไปได้ มันไม่ต่างจากเดิมซักเท่าไหร่ ในแต่ละห้องขัง
มีภาพของบุคคลที่เคยถูกทรมานอยู่ที่นี ภาพแสดงให้เห็นว่า
สภาพของห้องขังนี้เหมือนเดิมทุกประการกับเมื่อครั้งที่พวกทหาร
เข้ามาพบ ทุกแห่งในคุกนี้มีรูปมากมายให้ดู พร้อมทั้งบันทึกที่มีให้อ่าน
สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ช่างน่ากลัวแท้ๆ ในขณะทีฉันเขียนอยู่นี้ ฉันรู้สึกว่า
นี่ตัวฉันกำลังทำอะไรอยู่ ฉันมายืนที่นี่ได้อย่างไร ฉันรู้สึกหายใจไม่ออก
และอยากจะเลิกเขียนแล้ว ฉันเป็นคนไม่เชื่อเรื่องผีสาง
แต่มันบรรยายไม่ถูกเลยถึงภาพต่างๆและห้อมคุมขังเหล่านี้
ฉันเห็นบางรูปที่ถ่ายจากหน้าด้านข้าง ฉันถามว่า
"อะไรติดอยู่ที่หัวของพวกเขาคะ" เรวุฒิ (อดีตผู้ลี้ภัย) บอกฉันว่า
"มันเหมือนสว่านเจาะไงครับ พวกมันจะเจาะเข้าไปในหัวคุณ
ทีละน้อย จนกว่าคุณจะตาย" มีรูปมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าใบหน้า
ของคนแก่ ผู้หญิง เด็ก หรือแม้แต่เด็กทารก
เรวุฒิเอาแผนที่ให้ดูว่า พลพตเริ่มฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ไหน
และย้ายไปตามที่ต่างๆที่ไหนบ้างในแต่ละปี แล้วยังมีการจัดแสดงภาพ
เครื่องมือทรมานคทอคำบรรยายเต็มไปหมด พวกเราต่างยืนอยู่ตรงนั้น
ในความนิ่งงัน ดูเหมือนเวลามันช่างแสนนานเหลือเกิน
ฉันได้เห็นภาพทารกถูกดึงไปจากแม่ เห็นแม่ๆถูกสังหารขนาดที่อุ้มลูก
ไว้บนตัก มีรูปหนึ่งแม่ถูกสว่างเจาะหัวขณะที่ลูกน้อยยังอยู่บนตัก
รูปหนึ่งบนผนังเป็นรูปเด็กทารกถูกโยนขึ้นไป แล้วก็ถูกแทง
เสียบกลางอากาศ และตายโดยที่มีดาบปลายปืนเสียบคาเอาไว้
ฉันได้เห็นภาพของพวกผู้ชายที่หิ้วขาเด็กทารกห้อยหัวลง
แล้วฟาดหัวของเด็กเข้ากับต้นไม้ ฉันต้องจากไปจากที่ตรงนี้
ต้องออกไปข้างนอก ฉันหายใจไม่ออกแล้ว * จบ...ดีกว่านะคะ
รู้สึกว่ามันหลุดประเด็น แต่ก็อยากจะแปะท่อนนี้จริงๆ
ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะ แอบสงสัย คนๆเดียวมันอำนาจขนาดนี้เลย?
บางทีก็เคยคิดว่า ประเทศไทยของเราไม่เห็นดีเลย
หลังจากอ่านทำให้เรารู้รักว่า รักประเทศไทย มากขึ้นเยอะแยะ ฮ่าๆ
สุดท้ายนี้ : เนื้อหาเอนทรี่นี้มาจาก "บันทึกของแองเจลิน่า โจลี่"
แปลโดย คุณแอม เสาวลักษณ์ ลีละบตร
สำนักพิมพ์ สามสี / ราคา 220 บาทนะคะ ฮ่าๆ เผื่อใครสนใจ
สั่งจองได้ (มั้ง) ที่โลตัสบางกะปิ ก็ได้เร็วดีนะคะ
ไม่ถึงอาทิตย์เค้าก็โทรมาตามแล้วหล่ะ ไม่รู้ว่าเพื่อนๆเห็นว่าเป็นยังไง
แต่เราชอบ บางทีสาเหตคงมาจากโจลี่เป็นหลัก แต่ก็ชอบจริงๆ <3